เวปไซต์เพื่อเผยแพร่การดำเนินงานการสนับสนุนการปฏิบัติตามสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty)
ภารกิจของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะ กรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติขึ้นมา 3 คณะเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีของสนธิสัญญาฯ ดังนี้

1. คณะอนุกรรมการว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามพันธกรณีของสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์

2. คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยการตรวจการแปลสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์

3. คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยด้านกฎหมายรองรับการดำเนินการตามพันธกรณีของสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์

การทดลองระเบิดนิวเคลียร์
สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญ

1. การดำเนินการให้สัตยาบันสนธิสัญญาฯ ของไทย
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยการตรวจการแปลสนธิสัญญาฯ ได้ตรวจการแปลที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันตินำเสนอเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจะใช้คำแปลสนธิสัญญานี้เป็นเอกสารประกอบในการนำเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาในการให้สัตยาบันสนธิสัญญาฯ ของไทยต่อไป

ส่วนการพิจารณาประเด็นทางกฎหมาย และกฎระเบียบของไทยที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการปฏิบัติให้เป็นไปตามพันธกรณีของสนธิสัญญาฯ นั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยด้านกฎหมายฯ ได้พิจารณาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และมีข้อสรุปว่า ไทยจำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ เพิ่มเติม รวมทั้งต้องแก้ไขพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ.2504 เพื่อให้ครอบคลุมพันธกรณีของสนธิสัญญาฯ ซึ่งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศยกร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว และจะได้นำเสนอให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาพิจารณาต่อไป

2. การดำเนินการด้านสถานีเฝ้าตรวจในประเทศไทย
คณะกรรมาธิการฯ ได้จัดตั้งระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ (International Monitoring System) ขึ้นมา เพื่อเฝ้าตรวจการระเบิดทางนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้น โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นที่ตั้งของสถานีเฝ้าตรวจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบเฝ้าตรวจระหว่างประเทศ จำนวน 2 สถานี คือ สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี (Radionuclide Monitoring Station : RN65) ผู้รับผิดชอบ : สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่ตั้ง : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ. นครปฐม และสถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ (Primary Seismic Monitoring Station: PS 41) ผู้รับผิดชอบ : กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ที่ตั้ง : สถานีวัดความสั่นสะเทือน จ. เชียงใหม่

สถานีเฝ้าตรวจนิวไคลด์กัมมันตรังสี (RN65) เป็นสถานีที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่โดยCTBTO/PrepCom จะออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดตั้งและปฏิบัติงาน ส่วนสถานีเฝ้าตรวจความสั่นสะเทือนของพิภพ (PS41) จะจัดตั้งโดยการยกระดับสถานีวัดความสั่นสะเทือนของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งเป็นสถานีที่จัดตั้งขึ้นมาโดยสัญญาความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศของสหรัฐอเมริกา และกองทัพเรือของไทย ให้อยู่ในกรอบของสนธิสัญญาฯ โดยการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เพื่อให้สถานีวัดความสั่นสะเทือนสามารถส่งข้อมูลที่วัดได้ให้กับ CTBTO/PrepCom ผ่านระบบดาวเทียมได้อีกเส้นทางหนึ่งด้วย

ตามพิธีสารต่อท้ายสนธิสัญญาฯ ส่วนที่ 1 วรรคที่ 4 กำหนดให้ไทยในฐานะรัฐเจ้าบ้านของสถานีเฝ้าตรวจต้องทำความตกลงกับคณะกรรมาธิการ ฯ ในการเข้ามาดำเนินการจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจ ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ เสนอให้จัดทำความตกลงสถานปฏิบัติการ (Facility Agreement) กับประเทศไทยก่อนการดำเนินการจัดตั้งสถานีใดๆ

เนื่องจากในร่างความตกลงดังกล่าวมี ข้อความระบุถึงการให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่ ของ CTBTO/PrepCom และอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้เพื่อจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจของ CTBTO/PrepCom ด้วย ในการนี้ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าด้วยด้านกฎหมายฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อ CTBT มีผลบังคับใช้ และ CTBTO/PrepCom เปลี่ยนไปเป็น CTBTO แล้ว ไทยจึงจะสามารถให้เอกสิทธ์และความคุ้มกันแก่เจ้าหน้าที่ของ CTBTO และอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาใช้เพื่อจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจได้ตามที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาทุกประการ แต่หาก CTBT ยังไม่มีผลบังคับใช้ ไทยไม่สามารถให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันแก่ CTBTO/PrepCom ได้ ดังนั้น ฝ่ายไทยจึงเสนอให้ CTBTO/PrepCom พิจารณาทำความตกลงกับประเทศไทยในการจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจในลักษณะของการแลกเปลี่ยนหนังสือราชการ ( Exchange of Letters) โดยให้เอกสิทธิ์แก่เจ้าหน้าที่ขององค์การ เฉพาะในเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการด้านสถานีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งทาง CTBTO/PrepCom รับทราบ และเห็นชอบที่จะให้ดำเนินการในลักษณะดังกล่าว โดยได้เสนอร่างหนังสือแลกเปลี่ยนมาให้ฝ่ายไทยพิจารณา

3. การขออนุญาตใช้ความถี่วิทยุ และตั้งสถานีวิทยุดาวเทียมภาคพื้นดิน
ตามที่ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจ 2 สถานี เพื่อเข้าร่วมในมาตรการการพิสูจน์ยืนยันตามที่ได้ระบุไว้ในข้อ 4 ของสนธิสัญญาฯ รวมถึงต้องจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ (National Data Center : NDC) ที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อสื่อสารข้อมูลระหว่างประเทศไทยกับศูนย์ข้อมูลระหว่างประเทศ ( International Data Center : IDC ) ที่กรุงเวียนนา ประเทศ ออสเตรียด้วย นั้น

สำนักงานฯ ได้ประสานกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เรื่องการติดตั้งและดำเนินการสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินขนาดเล็ก (VSAT Earth Station) สำหรับสถานีเฝ้าตรวจ และศูนย์ข้อมูลแห่งชาติดังกล่าว แล้ว ได้รับทราบว่า ทาง บริษัท กสท จะยกเว้นการเรียกเก็บค่า Administrative and Service Charge เป็นกรณีพิเศษ แต่สำหรับการนำเข้าอุปกรณ์ ความถี่ที่จะใช้งาน และใบอนุญาตตั้ง/ใช้ นั้น ให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ติดต่อกับกรมไปรษณีย์โทรเลขโดยตรง ปัจจุบันสำนักงานฯ ได้รับใบอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลขแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะได้ขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งสถานีวิทยุดาวเทียมภาคพื้นดินจากกรมไปรษณีย์โทรเลข และขออนุญาตนำเข้าและยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับอุปกรณ์ที่จะนำเข้ามาเพื่อจัดตั้งสถานีเฝ้าตรวจทั้งสองสถานีและศูนย์ข้อมูลทางรังสีแห่งชาติ จากกรมศุลกากร


ศูนย์ข้อมูลเฝ้าตรวจการทดลองนิวเคลียร์, N171
กลุ่มเฝ้าตรวจกัมมันตภาพรังสี สำนักสนับสนุนการกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
โทรศัพท์ 0-2579-5230 ต่อ 1619 โทรสาร 0-2579-6958 e-mail : thaindc@thaindc.oaep.go.th
กลับหน้าแรก